“เที่ยวปันสุข” ได้ข้อสรุปแล้ว รับสิทธิ 3 เด้ง “แจกเงินเที่ยว” เช็กด่วน

มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว “ไทยเที่ยวไทย” จากการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังและกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ช่วง 4 เดือนนี้ ตั้งแต่ ก.ค.-ต.ค.2563 วงเงินกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท ที่จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ ล่าสุดได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการ ใน 3 แพ็คเกจ ได้แก่

  1. แพ็คเกจ “กำลังใจ” เพื่อตอบแทนบุคลากรแนวหน้าในการรับมือโควิด-19 โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวม 1.2 ล้านคน เที่ยวฟรีผ่านบริษัทนำเที่ยว เป็นแพ็คเกจ 2 วัน 1 คืน ใช้งบ 2,400 ล้านบาท หรือราว 2,000 บาทต่อคน
  2. แพ็คเกจ “เราไปเที่ยวกัน” โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายค่าโรงแรม 40% ต่อคืน สูงสุดไม่เกิน3พันบาทต่อคืน
  3. แพ็คเกจ “เที่ยวปันสุข” เพื่อช่วยเหลือสายการบินต้นทุนต่ำ รถเช่า โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ 40%

 

 

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ขั้นตอนในการจองรับสิทธิทั้ง 3 แพ็คเกจจะเปิดให้ผู้รับสิทธิลงทะเบียนผ่านทางดิจิตอล โดยอยู่ระหว่างหารือทางเทคนิคว่าจะเป็นแอพพลิชั่น หรืออาจจะเป็นเว็บไซต์  ซึ่งหากได้ข้อสรุปจะประกาศให้รับทราบต่อไป

สำหรับการจองจะเป็นแอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ ที่จะมีการตั้งชื่อเดียว เพื่อสื่อให้เห็นว่าเป็นการกระตุ้นไทยเที่ยวไทย ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาชื่อที่เหมาะสม และเมื่อคนคลิ๊กเข้ามาระบบ ก็จะแยกหัวข้อการจองออกมาเป็น3แพ็คเกจให้เลือกจองได้ เช่น

หากเป็นเจ้าหน้าที่อสม. หรือ รพ.สต.ก็เข้าไปเลือกรับสิทธิในแพ็คเกจที่ 1 คือ “กำลังใจ” 

ส่วนประชาชนทั่วไป ถ้ารับสิทธิที่รัฐจะสนับสนุนค่าห้องพัก 40% ต่อคืนก็เลือกที่แพ็คเกจ 2 คือ “เราไปเที่ยวกัน”

ถ้าเป็นการจองสิทธิรับการสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินหรือรถเช่า 40% แต่ไม่เกิน1,000บาทก็เลือกไปที่แพ็คเกจที่3 คือ “เที่ยวปันสุข”

โดยประชาชนจะต้องเข้าไปเลือกซื้ออี- เวาเชอร์ หรือบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้ประกอบการนำมาขาย ซึ่งในส่วนของห้องพักจะกำหนดไว้ที่ 5 ล้านห้อง(รูมไนท์)และราคาที่โรงแรมนำมาเสนอขายจะต้องลด 50%แล้ว และต้องขายในราคาที่ถูกกว่าออนไลน์ ทราเวล เอเย่นต์ (OTA)

ใครสนใจจองโรงแรมไหน ก็เข้าไปซื้อ อี-เวาเชอร์ โดยผู้ซื้อจ่ายค่าห้องพัก 60% และรัฐช่วยจ่าย 40% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน ภายใต้เงื่อนไขจองห้องหนึ่งห้ามเกิน 5 คืน โดยรัฐจะโอนเงิน 40% ของค่าห้องพักให้กับโรงแรม หลังจากลูกค้าเช็คเอ้าท์

อีกทั้งระหว่างการเข้าพัก รัฐจะสนับสนุนเงินให้อีก 600 บาทต่อคืน เพื่อให้นำไปใช้จ่ายกิจกรรมในด้านการท่องเที่ยวอื่นๆเช่นใช้บริการสปา ซื้อของที่ระลึก ร้านอาหาร เพื่อให้นำไปใช้จ่ายในพื้นที่ที่มีการข้ามจังหวัดในการเดินทางไปเข้าพัก

ส่วนราคาตั๋วเครื่องบินเบื้องต้น สายการบินต้นทุนต่ำเสนอราคาบินในประเทศไป-กลับ อยู่ที่ 2,500 บาท ผู้เดินทางที่เข้าไปจองซื้อจ่าย 60% และรัฐช่วย 40% แต่ไม่เกิน1,000 บาท

อย่างไรก็ตามเงื่อนไขในแพ็คเกจ “เราไปเที่ยวกัน” เชื่อว่าจะได้รับความสนใจมาก ทั้งจากคนส่วนใหญ่ที่อยากจะเดินทางท่องเที่ยว เพราะจ่ายค่าโรงแรมในราคาที่ถูกลง 3 เด้ง

เด้งที่1 คือ ค่าห้องที่โรงแรมนำมาขายก็ลด 50% จากปกติ

เด้งที่ 2 รัฐจ่ายค่าห้องให้ 40% แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน

เด้งที่ 3 ยังได้รับเงินอีก 600 บาทต่อคืน เพื่อนำไปใช้จ่ายทั้งในโรงแรมและนอกโรงแรมอีกด้วย ถ้าจองพัก 5 คืนก็ได้อีก 3,000 บาท

ยกตัวอย่างโรงแรมขายห้องพักคืนละ 1,000บาท พัก 1 คืน จ่าย 600 บาท รัฐช่วยจ่าย 400 บาท และยังได้เงินที่รัฐจ่ายให้นำไปใช้จ่ายในพื้นที่มีเดินทางไปเที่ยวอีก 600 บาท รวมแล้วเราก็ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ 1,000 บาท

แต่ถ้าพัก 5 คืน จากราคาห้อง 5,000 บาท ก็จะจ่ายแค่ 3,000 บาท เพราะรัฐจ่ายให้ 2 พันบาท บวกกับเงินที่ได้อีก 600 บาทต่อคืน ก็ได้เพิ่มมาอีก 3,000 บาท

หรือถ้าจะเป็นคนกำลังซื้อสูง ที่มีกำลังที่จะนอนห้องพักหรู อย่างพูลวิลล่า โดยโรงแรมขายคืนละ 1 หมื่นบาท ถ้าพัก 5 คืน ปกติราคา 5 หมื่นบาท แต่เมื่อรัฐช่วยจ่ายสูงสุดวันละ 3 พันบาท ก็จ่ายเพียง 3.5 หมื่นบาทเท่านั้น เพราะรัฐช่วยจ่ายให้ 1.5 หมื่นบาท บวกกับเงินที่ได้อีก 600 บาทต่อคืน ก็ได้เพิ่มมาอีก3,000บาท

ทั้งนี้เงิน 600 บาทต่อคืนที่รัฐโอนมาให้ หากไม่ได้นำไปใช้จ่ายก็จะถูกยึดคืน โดยสามารถนำไปใช้จ่ายในร้านค้าที่ร่วมโครงการ ที่จะใช้วิธีสแกนบาร์โค้ด ทั้งลูกค้าและผู้ขายก็มีระบบเป๋าตุง และถุงเงินของธนาคารกรุงไทยอยู่แล้ว ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาใช้ได้ในโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น

ล่าสุด 16 มิถุนายน 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ที่ประชุมครม.เห็นชอบในหลักการมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว “เที่ยวปันสุข” หลังจากนี้จะต้องดำเนินการจัดทำรายละเอียด ขณะที่นายกฯ กำชับให้ดำเนินการมาตรการด้วยความต้องทำให้โปร่งใส

Gallery

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on email
Email
Share on print
Print

บทความน่าสนใจ

นกคาร์ Nok Car

สายการบินนกแอร์ และ บริษัท ไทยเร้นท์อะคาร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมจัดตั้งโครงการ “นกคาร์” บริการรถเช

Scroll Up